Loading...
X

สิ่งที่คุณควรรู้ ก่อนทำการร้อยไหม

ร้อยไหม อินเทรนด์

ดูเหมือนว่าวงการศัลยกรรมจะเดินหน้ามาไกลมาก ล่าสุดนวัตกรรมร้อยไหมจากเกาหลี ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยวิธีการทำที่รวดเร็ว เห็นผลทันทีที่ทำ ถูกใจสาวๆ ยุคดิจิตอล จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนเลือกที่จะทำการยกกระชับใบหน้าด้วยวิธีการร้อยไหม หากใครที่กำลังคิดอยากจะสวยใส หน้าเด้ง เป็นเด็กอีกครั้ง วิธีนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว รายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้น ตามผมมาได้เลยครับ
ก่อนที่เราจะไปร้อยไหมกัน เราต้องทำความรู้จักกับลักษณะของไหมที่ทางการแพทย์เค้าใช้ร้อยไหมกันก่อนครับ ไหมเหล่านี้ถูกแบ่งเป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือ

  • ไหมไม่ละลาย (อยู่ในหน้าเราไปตลอด สามารเอาออกได้) เช่น ไหมก้างปลา ฯลฯ
  • ไหมละลาย (ละลายได้เอง ไม่ต้องเอาออก) เช่น ไหมทองคำ, ไหมละลาย PDO, ไหมแบบกรวย ฯลฯ

ก่อนทำการร้อยไหม

ชนิดของไหมที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และสาวๆนิยมร้อยกันมีอะไรบ้าง

ไหมแบบก้างปลา (Fishbone Silk) เป็นไหมไม่ละลายจำพวกหนึ่ง มีลักษณะเหมือนเงี่ยงก้างปลา ยาวตลอดทั้งเส้น

– ข้อดีของไหมชนิดนี้ คือ ดึงกระชับผิวหน้าได้มาก, เห็นผลจากการทำได้ชัดเจน ทันที (ทันใจคนทำว่างั้น)
– ข้อเสียของไหมชนิดนี้ คือ ไม่ละลายในร่างกายของเรา กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายจะพยายามสร้างพังผืดมาห่อหุ้มเรื่อยๆ บางครั้งสร้างมากเกินไปอาจทำให้เป็นแผลเป็นนูนได้, การเอาออกจะทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมเกิดการบาดเจ็บ (เพราะมันเป็นเงี่ยงไปเกี่ยวกล้ามเนื้อในส่วนที่มันสัมผัส เวลารูดออก) บางรายเกิดการอักเสบด้วยครับ น่ากลัวจัง

ไหมทองคำ (Gold Silk) เป็นไหมละลาย ไม่ทำปฏิกิริยากับร่างกายให้ระคายเคือง
– ข้อดีของไหมชนิดนี้ คือ สามารถสลายได้ในร่างกาย ไม่จำเป็นต้องดึงออก เช่นเดียวกับไหมละลาย PDO ทองคำเป็นธาตุที่ไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่นง่ายๆ จึงลดความเสี่ยงที่เกิดจากปฏิกิริยาต่อต้านสารแปลกปลอมของร่างกาย
– ข้อเสียของไหมชนิดนี้ คือ ไหมทองคำบางมากแตกหักง่าย ราคาแพง และเนื่องจากผิวของทองคำมันวาว เรียบ ลื่น จึงไม่มีผลต่อการดึงเกี่ยวกล้ามเนื้อ เหมือนไหมก้างปลา (เราใส่เข้าไปเพื่อกระตุ้นให้ผิวหนังสร้าง คอลลาเจน อีลาสตินมาห่อหุ้มเท่านั้น) ต้องใส่ในปริมาณมาก และที่สาวๆ ไม่ชอบเลยคือ มันไม่เห็นผลทันที

ไหมละลาย PDO (Polydioxanone) เป็นไหมที่พัฒนามาจากไหมละลายเย็บแผลธรรมดา แต่ระยะเวลาละลายนานกว่า
– ข้อดีของไหมชนิดนี้ คือ สามารถละลายเองได้ โดยใช้ระยะเวลาในการละลายประมาณ 6 เดือน (ไม่เหมือนไหมละลายเย็บแผลทั่วไปที่ใช้ระยะเวลาในการละลายเพียง 4 – 8 สัปดาห์ ระยะเวลาน้อยเกินไป ไม่เห็นผล) ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจน อีลาสติน ขึ้นมาห่อหุ้มเส้นไหม จากนั้นตัวไหมจะละลายไปเอง ไม่ต้องเอาออก ตอนนี้ไหมที่เราร้อยอยู่นั้นถูกแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อคอลลาเจน อีลาสตินแล้ว เจ้าเนื้อเยื่อนี้เอง เป็นตัวทำให้ใบหน้าของเรายกกระชับขึ้น แล้วสาวๆ ก็จะมีใบหน้าที่เต่งตึง (ไม่แน่ใจว่า หากเราร้อยไหมที่หู จะทำให้ หูตึง หรือเปล่า)
– ข้อเสียของไหมชนิดนี้ คือ ตอบคำถามหนุ่มๆ และเพื่อนๆ ไม่ทัน ว่าไปทำอะไรมา ทำไมหน้ากระชับขึ้น เด็กขึ้น

ไหมกรวย (Cone Silk) เป็นไหมที่ได้รับการพัฒนามาจากไหมแบบ PDO เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
– ข้อดีของไหมชนิดนี้ คือ ละลายได้ทั้งส่วนของเส้นไหม และส่วนของกรวย, ใช้เวลาในการร้อยไหมน้อย ประมาณ 30 – 50 นาที ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น, ใช้ปริมาณเส้นไหมในการร้อย น้อยกว่าไหมแบบ PDO (เพราะมันมีกรวยช่วยดึงไง), เห็นผลชัดเจน ทันที ไม่ต้องรอเวลา (ของใหม่มาแรงจริงๆ ครับ ฟูลออปชั่นสุดๆ)
– ข้อเสียของไหมชนิดนี้ คือ ทำให้เพื่อนๆ หรือแฟนตกใจได้ เพราะมันเห็นผลทันที ยกได้เยอะ แต่ไม่เลอะเทอะนะ

ตอนนี้ เราได้ทำความรู้จักกับไหมชนิดต่างๆ กันไปแล้ว เลือกได้หรือยังว่าจะร้อยไหมแบบไหน หรือ หากสาวๆ ท่านใดอยากกระชับรูปหน้าแบบถาวร จะร้อยไหมเอาแบบลูกใหญ่ๆ ไปเลยทีเดียวจบ ก็ไม่ว่ากัน จะว่าไปแล้วก็น่าอิจฉาคนเกิดมาสวยเนอะ เราทำบุญทำกรรมมาน้อย คอยบุญส่งผลไม่ทัน ก็ศัลยกรรมแทน เป็นทางแก้ที่ดีที่สุด

ข่าวสารอัพเดต

## ทำตาสองชั้น หากเราจะพูดถึงเทคโนโลยีการศัลยกรรมในปัจจุบันนี้แล้วต้องยอมรับเลยครับว่ามีการพัฒนาไปมากมายเสียกระไรนี่จากสมัยก่อนการจะทำศัลยกรรมอะไรสักอย่างหนึ่งนั้นต้องใช้เงินมาก ใช้เวลามาก ในขณะที่ปัจจุบันการจะทำศัลยกรรมอะไรสักอย่างก็สามารถทำได้เพียงแค่ลัดนิ้วแถมยังไม่หลงเหลือแผลเป็นให้เห็นอีกด้วยนี่แหละครับการพัฒนาในด้านศัลยกรรมของโลกเรา
แชมพูแก้ผมร่วง

Leave Your Observation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *